ติดต่อลิ้งพันธมิตร

สนง.ตรอ.อำนวยโชค

 

   

รถเรา รักษา  ดูแล ใสใจ

ตรวจรถ ก่อนใช้ ปลอดภัย แน่นอน

 

สนง.สถานตรวจสภาพรถ อำนวยโชค 

การตรวจสภาพรถ (ตรอ.)และวัตถุประสงค์
 
 
 
      มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถและลดมลภาวะอันเกิดจากรถรวมทั้งความมั่นคงแข็งแรงและอุปกรณ์ส่วนควบให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมก่อนนำไปใช้งาน โดยกำหนดให้ รถจักรยานยนต์ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไปและรถยนต์ที่มีอายุ ปี ขึ้นไป จะต้องผ่านการตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถเอกชนก่อน จึงจะสามารถต่อภาษีประจำปีได้
     ปัจจุบันการตรวจสภาพรถยนต์ของสถานตรวจสภาพรถเอกชน จะเป็นรูปแบบใหม่  เพิ่มการทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อ   สำหรับสถานตรวจสภาพรถเอกชน ตรอ.ใดที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องทดสอบจะให้บริการตรวจสภาพรถได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น  และมาเมี่อวันที่26 มิถุนายน 2556 กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้ ตรอ. ทุกแห่งต้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่างสถานตรวจสภาพรถกับกรมการขนส่งทางบก พร้อมทั้งต้องติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)โดยสามารถแล้วเชื่อมต่อสัญญาณข้อมูลการตรวจสภาพรถจากเครื่องทดสอบห้ามล้อ เครื่องทดสอบศูนย์ล้อ เครื่องวัดระดับเสียง และเครื่องวิเคราะห์ก๊าซ เพื่อบันทึกข้อมูลและภาพการตรวจสภาพรถ และรายงานผลการตรวจสภาพรถผ่านทางระบบสารสนเทศไปยังกรมการขนส่งทางบกทันทีที่ทําการตรวจสภาพรถแต่ละคันเสร็จสิ้นแล้ว  เพื่อรายงานผลผ่านระบบ Online  ทันทีที่ใช้บริการ

การตรวจสภาพรถ
       กรมการขนส่งทางบกมีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสภาพรถ ทั้งรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 รถที่จะนำมาใช้ในการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522หรือ นำมาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 จะต้องมีสภาพมั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับรถ ผู้โดยสารไปกับรถคันนั้นผู้ขับขี่รถคันอื่น ๆ คนเดินถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ  

1. รถที่อยู่ในข่ายต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

1.1 รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน

1.2 รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถดังนี้

-รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
-รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
-รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
-รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป 

2. สถานที่ตรวจสภาพ

2.1 รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท เจ้าของรถจะนำไปตรวจสภาพ ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้

2.2 รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ ต้องตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

ยกเว้น

1) รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 2,000 กิโลกรัม จะตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้

2) รถของส่วนราชการ บุคคลในคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ จะตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ก็ได้

3) รถที่มีการดัดแปลงสภาพ รถที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ หรือเลขเครื่องยนต์ รถที่ขาดต่ออายุทะเบียนเกิน 1 ปี ฯลฯ (รายละเอียดตามข้อ 7) ให้นำรถไปตรวจสภาพ ณ หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก

3. ระยะเวลาที่ต้องนำรถไปตรวจสภาพ

การตรวจสภาพรถ เจ้าของสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี

4. อัตราค่าตรวจสภาพ

4.1.การตรวจสภาพรถครั้งแรก

(1) รถยนต์ที่มีขนาดน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน     2,000 กิโลกรัม  คันละ    200 บาท 
(2) รถยนต์ที่มีขนาดน้ำหนักรถเปล่าเกิน         2,000 กิโลกรัม  คันละ    300 บาท 
(3) รถจักรยานยนต์                                                        คันละ      60 บาท

4.2.การตรวจสภาพรถครั้งต่อ ๆ ไป ตรวจสภาพรถครั้งแรกแล้วมีข้อบกพร่องเป็นเหตุให้รถไม่ผ่านการตรวจสภาพ เมื่อเจ้าของรถได้น้ารถไปปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องแล้วน้ารถรับการตรวจใหม่ ค่าบริการตรวจสภาพรถเป็น ดังนี้

(1) กรณีที่น้ารถเข้ารับการตรวจใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพครั้งแรก ค่าบริการตรวจสภาพรถเท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ

(2) กรณีที่น้ารถเข้ารับการตรวจใหม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพครั้งแรกค่าบริการตรวจสภาพรถเท่ากับอัตรา ปกติ

3. สามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ แต่ต้องมีใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง

ในการไปติดต่อกับสถานตรวจสภาพรถให้เจ้าของรถนำรถและสมุดคู่มือทะเบียนรถไปแสดง หากผลการตรวจสภาพปรากฏว่า รถอยู่ในเกณฑ์ผ่านการตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถจะออกใบรับรองการตรวจสภาพรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด รถอยู่ในเกณฑ์ไม่ผ่านการตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถจะแจ้งข้อบกพร่องที่เป็นเหตุให้รถนั้นไม่ผ่านการตรวจสภาพให้เจ้าของทราบ เพื่อจะได้นำรถไปแก้ไขข้อบกพร่องแล้วนำมาตรวจใหม่ หากแก้ไขแล้วนำไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งเดิมภายใน 15 วัน จะเสียค่าตรวจใหม่ ในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าบริการที่กำหนดไว้ แต่หากเกิน 15 วัน หรือไปตรวจที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งอื่นจะเสียค่าบริการเต็มอัตรา

5. การนับอายุใช้งานของรถ

1. รถที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ได้แก่
   - รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) 
   - รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) 
   - รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3)

ตัวอย่าง
นายแดง นำรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) หมายเลขทะเบียน กฮ 1 แม่ฮ่องสอน ซึ่งจดทะเบียนรถครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2546 จะครบกำหนดต้องนำรถไปตรวจสภาพรถครั้งแรกเพื่อเสียภาษีประจำปีในรอบปีที่ 8 ก่อนวันสิ้นอายุภาษีประจำปีในวันที่ 1 มิถุนายน 2553 นายแดงสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพรถ ณ สถานตรวจสภาพรถก่อนถึงวันครบกำหนดวันสิ้นอายุภาษีประจำปีได้ไม่เกิน 3 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2553)

2. รถที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ได้แก่
   - รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12)

ตัวอย่าง 
นายแดง นำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12)  หมายเลขทะเบียน ฮฮฮ 999 แม่ฮ่องสอน ซึ่งจดทะเบียนรถครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2546 จะครบกำหนดต้องนำรถไปตรวจสภาพรถครั้งแรกเพื่อเสียภาษีประจำปีในรอบปีที่ 6 ก่อนวันสิ้นอายุภาษีประจำปีในวันที่ 1 มิถุนายน 2551 นายแดงสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพรถ ณ สถานตรวจสภาพรถก่อนถึงวันครบกำหนดวันสิ้นอายุภาษีประจำปีได้ไม่เกิน 3 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2551)

 6. เงื่อนไขเกี่ยวกับประเภท ชนิด (ยี่ห้อ) และขนาดรถที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนจะให้บริการตรวจสภาพได้

สถานตรวจสถาพรถเอกชนแต่ละแห่งจะต้องตรวจสภาพรถตามชนิด (ยี่ห้อ) ประเภท และ ขนาดรถตามที่ยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลางไว้ เช่น ตรวจสภาพรถยนต์ ขนาดน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,000 กิโลกรัม ทุกยี่ห้อ หรือตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ เฉพาะ ยี่ห้อหรือ ตรวจสภาพรถยนต์ขนาดน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,000 กิโลกรัม และเกิน 2,000 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์ ทุกยี่ห้อ เป็นต้น กรณีรับตรวจสภาพรถบางชนิด (ยี่ห้อ) ต้องแสดงป้ายที่เห็น ได้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนที่จะมาใช้บริการทราบด้วย กรณีสถานตรวจสภาพรถเอกชนแห่งใด ประสงค์จะตรวจสภาพรถในประเภท ชนิด(ยี่ห้อ) และขนาดต่างจากที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง ให้ทำหนังสือขออนุญาตต่อนายทะเบียน กลางเพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ไปได้  

7. รถที่ต้องนำไปให้นายทะเบียนตรวจสถาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก (สถานตรวจสภาพรถเอกชนไม่สามารถรับตรวจสภาพได้)

รถที่ดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้
- รถที่เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ในสมุดคู่มือทะเบียนรถ ( เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนลักษณะรถ เปลี่ยน ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น )
- รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์ ( เช่น ไม่ปรากฏตัวเลข ตัวเลขชำรุด หรือมีร่องรอยการแก้ไข ขูด ลบ หรือลบเลือน จนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ เป็นต้น )
- รถที่เจ้าของได้แจ้งการไม่ใช้ชั่วคราว หรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดไปไว้
- รถเก่าที่มีเลขทะเบียนเป็นเลขทะเบียนรุ่นเก่า ( เช่น กท-00001, กทจ-0001 เป็นต้น) ซึ่งรถดังกล่าวต้องเปลี่ยนทะเบียนรถใหม่เมื่อมีการนำมาเสียภาษีประจำปี
- รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับการถูกโจรกรรมแล้วได้คืน
- รถที่ได้สิ้นอายุภาษีประจำปี (ขาดต่อทะเบียน) เกิน 1 ปี

 8. คำเตือน

(1) ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขซึ่งได้ กำหนดในกฏกระทรวง ออกตามความในมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 อาจถูกนายทะเบียนกลางเพิกถอนใบอนุญาตนั้นได้

(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดโดยทุจริตหรือจงใจออกใบรับรองการตรวจสภาพรถไปโดยไม่ตรง ตามความเป็นจริง ย่อมมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทและนายทะเบียนกลางมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตั้งสถานตรวจสภาพรถนั้นเสียได้

(3) ผู้ใดในการประกอบการงานวิชาชีพใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนผู้นั้นอาจ
มีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 269 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

 

 

 


 ความคิดเห็น